การจัดการ Hyper-V บน Windows Server 2012 R2 Server Core แบบ Workgroup

บทความนี้เป็นวิธีการจัดการบทบาท Hyper-V จากระยะไกลด้วยเครื่องพีซี Windows 8.1 ในสภาพแวดล้อมแบบกลุ่มงาน (Workgroup) ซึ่งสามารถใช้จัดการบทบาท Hyper-V บน Windows Server 2012 R2, Windows Server 2008 R2 และ Windows Server 2008 ได้ทั้งแบบที่ติดตั้ง Server Core และ Server with a GUI

บทความนี้ต่อเนื่องมาจากเรื่อง: การติดตั้ง Hyper-V บน Windows Server 2012 R2 Server Core

ข้อมูลระบบ
สำหรับระบบที่ผมใช้อ้างอิงในบนความนี้มีรายละเอียดดังนี้

  1. เครื่องเซิร์ฟเวอร์ Windows Server 2012 R2 Server Core ติดตั้ง Hyper-V
  2. เครื่องพีซี Windows 8.1 ซึ่งติดตั้ง Hyper-V
  3. เครื่องเซิร์ฟเวอร์และพีซีอยู่ในกลุ่มงานเดียวกัน

Hyper-V Manager
Hyper-V Manager เป็นเครื่องมือหลักสำหรับใช้จัดการ Hyper-V ซึ่งปกติแล้วเครื่องมือดังกล่าวนี้จะไม่ได้ถูกติดตั้งโดยเริ่มต้นดังนั้นผู้ใช้จะต้องทำการติดตั้งเอง สำหรับวิธีการติดตั้งนั้นอ่านได้จากบทความเรื่อง วิธีเปิดใช้งานคุณลักษณะ Hyper-V บน Windows 8.1

หลังจากทำการติดตั้ง Hyper-V Manager เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เปิด Hyper-V Manager
บนเครื่องพีซี Windows 8.1 (สามารถใช้ Windows Server 2012 R2 Server with a GUI ได้เช่นกัน) ให้ทำการเปิด Hyper-V Manager จากนั้นคลิกขวาบน Hyper-V Manager แล้วเลือก Connect to Server

รูปที่ 1

ขั้นตอนที่ 2: Connect to virtualization server
บนหน้า Select Computer ให้เลือก Another computer แล้วป้อนชื่อหรือหมายเลขไอพีของ Hyper-V Server ตัวที่ต้องการเชื่อมต่อ (ในที่นี้เป็น Windows Server 2012 R2 Server Core ชื่อ W2012HPV3) เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK ถ้าสามารถเชื่อมต่อได้สำเร็จให้ข้ามไปยัง ขั้นตอนที่ 4 หากได้รับข้อความผิดพลาดดังรูปที่ 3 ให้ดำเนินการต่อใน ขั้นตอนที่ 3

รูปที่ 2

รูปที่ 3

ขั้นตอนที่ 3: รันคำสั่ง cmdkey
กรณีที่สภาพแวดล้อมของ Hyper-V Server และพีซีที่ใช้จัดการเป็นแบบกลุ่มงาน เมื่อพยายามทำการเชื่อมต่อไปยัง Hyper-V Server จะขึ้นข้อความผิดพลาดดังรูปที่ 3 เนื่องจาก Hyper-V Server ไม่สามารถทำการตรวจสอบผู้ใช้และรหัสผ่านที่ใช้เชื่อมต่อได้

วิธีการแก้ปัญหาทำได้โดยการใช้คำสั่ง cmdkey เพื่อกำหนดผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับใช้เชื่อมต่อตามขั้นตอนดังนี้

3.1 เปิดหน้าพร้อมท์คำสั่งด้วยระดับสิทธิ์แอดมินโดยการคลิกขวาบนปุ่ม Windows จากนั้นคลิก Command Prompt (Admin) คลิก Yes บนหน้า User Account Control (ถ้ามี)

3.2 บนหน้าต่างพร้อมท์คำสั่งให้ทำการรันคำสั่ง cmdkey ในรูปแบบ ดังนี้

cmdkey /add:targetname /user:username /pass:password

เมื่อ:
targetname คือชื่อ Hyper-V Server
username คือชื่อผู้ใช้ที่จะใช้ในการเชื่อมต่อ
password คือรหัสผ่านของผู้ใช้ที่จะใช้ในการเชื่อมต่อ

ตัวอย่าง:
cmdkey /add:W2012HPV3 /user:administrator /pass:$hp-v@num9

ข้อควรระวัง: การรันคำสั่งด้านบนจะแสดงรหัสผ่านเป็นข้อความที่อ่านได้ (Plain text) ถ้าหากไม่ต้องการแสดงรหัสผ่านให้ใช้สวิทช์ /pass โดยไม่ระบุรหัสผ่านซึ่งระบบจะแสดงพร้อมท์ให้ป้อนรหัสผ่านโดยที่ไม่แสดงรหัสผ่านในระหว่างที่ทำการพิมพ์ ซึ่งคำสั่งที่ใช้จะเป็นดังนี้

cmdkey /add:W2012HPV3 /user:administrator /pass

รูปที่ 4

3.3 หลังจากทำการรันคำสั่ง cmdkey เสร็จแล้ว ให้ย้อนกลับไปทำขั้นตอนที่ 2 อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับ Hyper-V Server (ในตัวอย่างนี้คือ W2012HPv3) ได้สำเร็จ โดยจะได้หน้าต่าง Hyper-V Manager ลักษณะดังรูปที่ 5

ขั้นตอนที่ 4: อนุญาต Anonymous Logon Remote Access
ถึงแม้ว่าจะสามารถเชื่อมต่อกับ Hyper-V Server ได้แล้วแต่จะยังไม่สามารถจัดการคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) บน Hyper-V ได้ โดยจะต้องทำการตั้งค่า Component Services เพื่ออนุญาตให้ Anonymous Logon สามารถเข้าถึงระบบจากระยะไกลได้ (Remote Access) ก่อนตามขั้นตอนดังนี้

รูปที่ 5

4.1 เปิดหน้าต่างเครื่องมือ Component Services โดยกดปุ่ม Windows + R พิมพ์ comexp.msc เสร็จแล้วคลิก OK ดังรูปที่ 6

รูปที่ 6

ทิป: การเปิดหน้าต่างเครื่องมือ Component Services ทำได้ดังวิธีการดังต่อไปนี้
1. เปิดจาก Control Panel\All Control Panel Items\Administrative Tools\Component Services
2. กดปุ่ม Windows + Q จากนั้นพิมพ์ Component Services แล้วคลิก Component Services

4.2 บนหน้าต่าง Component Services ในบานหน้าต่างคอนโซลทรีด้านซ้ายมือให้คลิกเลือก Computers จากในบานหน้าต่างผลลัพธ์ให้คลิกขวาบน My Computer แล้วเลือก Properties ดังรูปที่ 7

รูปที่ 7

4.3 บนหน้า Computer Properties ภายใต้หัวข้อ Access Permission ให้คลิก Edit Limits

รูปที่ 8

4.4 บนหน้า Access Permission ในช่องใต้ Group or user name ให้เลือก ANONYMOUS LOGON แล้วเลือกหัวข้อ Remote Access เป็น Allow ดังรูปที่ 9 เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK จากนั้นคลิกปุ่ม OK บนหน้า Computer Properties แล้วปิดหน้าต่าง Component Services

รูปที่ 9

4.5 หลังจากทำการตั้งค่าให้ Anonymous Logon สามารถเข้าถึงระบบจากระยะไกลได้แล้วให้ทำขั้นตอนที่ 4 อีกครั้ง ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดในครั้งนี้จะสามารถจัดการคอมพิวเตอร์เสมือนบน Hyper-V Server ได้

ผลการทำงาน
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนด้านบนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสามารถจัดการ Hyper-V บน Server Core จากระยะไกลโดยใช้ Hyper-V Manager ได้ โดยจะได้หน้าต่างลักษณะดังรูปที่ 10

รูปที่ 10

ทั้งหมดนี้คือวิธีการจัดการ Hyper-V บน Windows Server 2012 R2 ที่ติดตั้งในแบบ Server Core ในสภาพแวดล้อมแบบกลุ่มงาน ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านแล้วพบกันใหม่ครับ

ปรับปรุงล่าสุด:
13 กันยายน 2558: เพิ่ม “ข้อมูลระบบ”

Share This
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmailby feather

Comments

comments

You may also like...