การตั้งค่า Windows 10 ให้อัปเดตผ่านทาง WSUS Server

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

บทความนี้ผมจะสาธิตวิธีการตั้งค่า Windows 10 เพื่อให้รับการอัปเดตผ่านทาง Windows Server Update Services (WSUS) Server แทนการอัปเดตผ่านทางบริการ Windows Update ของไมโครซอฟท์ซึ่งเป็น Public Windows Update ที่ให้บริการแบบสาธารณะแก่ผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ต ครับ

เนื้อหาในเรื่องนี้จะอ้างอิงถึง Windows Server Update Services และ Group Policy Editor ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดได้จากเรื่อง นโยบาย Windows Update ของ Windows 8.1

นโยบาย Windows Update ของ Windows 10
นโยบาย Windows Update ของ Windows 10 เก็บอยู่ที่
Local Computer Policy>Computer Configuration>Administrator Templates>Windows Components>Windows Update โดยมีทั้งหมด 19 ข้อเท่ากับบน Windows 8.1 แต่มีนโยบายต่างกัน 1 ข้อคือ ตัดนโยบาย Turn off the upgrade to the latest version of Windows Through Windows Update ออก และเพิ่ม Defer Upgrade

ในบทความนี้ผมจะขออธิบายรายละเอียดเฉพาะนโยบาย เพิ่ม Defer Upgrade เท่านั้นส่วนนโยบายอื่นๆ จะเหมือนกับบน Windows 8.1 ซึ่งอ่านได้จากเรื่อง นโยบาย Windows Update ของ Windows 8.1 ครับ

Defer Upgrade
คำอธิบาย:
เป็นนโยบายที่ใช้กำหนดว่าจะเลื่อนเวลาอัปเกรด Windows 10 รุ่น Pro และ Enterprise เป็นเวอร์ชันใหม่ออกไปจนกว่าจะถึงช่วงเวลาการอัปเกรดครั้งถัดไป (จะเลื่อนออกไปหลายเดือน) หรือไม่ นโยบายนี่ไม่มีผลกับการอัปเดตความปลอดภัย

รายละเอียดการตั้งค่า:
Not Configured = ทำการอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ในทันที
Enabled = เมื่อมีการออกเวอร์ชันใหม่จะรอจนกระทั่งถึงช่วงเวลาการอัปเกรดครั้งถัดไป
Disabled = ทำการอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ในทันที

สำหรับการตั้งค่า Defer Upgrade นั้นผมขอยกไปกล่าวถึงรายละเอียดในโอกาสหน้าครับ 🙂

ทั้งนี้ ก่อนที่จะทำการอัปเดต Windows 10 ผ่านทาง WSUS Server ได้ต้องทำการ คอนฟิก WSUS Server ให้จ่ายอัปเดตให้ Windows 10 ก่อนนะครับ

เตรียมข้อมูลที่จำเป็นและกำหนดรูปแบบการทำงาน Automatic Updates
โดยทั่วไปแล้วการอัปเดต Windows ผ่าน WSUS Server นั้นคุณต้องเตรียมหรือมีข้อมูลต่างๆ ดังนี้ ครับ

  1. ชื่อ Fully Qualified Domain Name (FQDN) เช่น wsus.mycom.com หรือหมายเลขที่อยู่ไอพีของ WSUS Server
  2. ช่วงเวลาที่ต้องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำการตรวจสอบอัปเดต เช่น ตรวจสอบทุกวัน เวลา 07.00 น.
  3. ต้องการให้ Automatic Updates ทำงานรูปแบบใด เช่น ดาวน์โหลดอัปเดตโดยอัตโนมัติแล้วแจ้งให้ผู้ใช้ทำการติดตั้งเอง หรือดาวน์โหลดและติดตั้งโดยอัตโนมัติหากมีอัปเดตใหม่ เป็นต้น
  4. หลังจากติดตั้งอัปเดตเสร็จ ต้องการให้ Automatic Updates ทำการรีสตาร์ทเครื่องโดยอัตโนมัติหรือให้ผู้ใช้เป็นคนรีสตาร์ท
  5. กรณีที่มีอัปเดตต้องการให้แสดงตัวเลือก “Install Updates and Shut Down” ในหน้าต่าง Shut Down หรือไม่?
  6. กรณีที่มีอัปเดตต้องการให้แสดงตัวเลือก “Install Updates and Shut Down” เป็นค่าเริ่มต้นบนหน้า Shut Down หรือไม่?

ข้อมูลด้านบนเหล่านี้ไม่มีรูปหรือข้อกำหนดตายตัว ดังนั้นในการนำไปใช้งานให้คุณปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ

สำหรับในตัวอย่างนี้ผมจะใช้ข้อมูลและรูปแบบการทำงานดังนี้

  1. ทำการอัปเดตผ่านระบบ WSUS Server โดยใช้หมายเลขที่อยู่ไอพีเป็น 192.168.10.10
  2. ทำการตรวจสอบอัปเดตและดาวน์โหลดอัปเดตใหม่อัตโนมัติ (ถ้ามี) ทุกวันเวลา 07.00 น. จากนั้นแจ้งให้ผู้ใช้เป็นผู้ติดตั้งอัปเดต
  3. เมื่อทำการติดตั้งอัปเดตแล้วเสร็จ ถ้าหากมีผู้ใช้กำลังล็อกออนเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะเป็นคนเลือกว่าจะทำการรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่?
  4. ไม่ต้องแสดงตัวเลือก “Install Updates and Shut Down” ในหน้าต่าง Shut Down
  5. ไม่ต้องแสดงตัวเลือก “Install Updates and Shut Down” เป็นค่าเริ่มต้นบนหน้า Shut Down

จากข้อมูลและรูปแบบการทำงานด้านบน สามารถทำการตั้งค่า Windows 10 ให้อัปเดตผ่านทาง WSUS Server ตามขั้นตอนดังนี้

1. ลงชื่อเข้า Windows 10 จากนั้นทำการเปิดโปรแกรม Group Policy Editor โดยกดแป้นพิมพ์ลัด Windows + R แล้วป้อน GPEDIT.MSC (ป้อนตัวใหญ่หรือตัวเล็กก็ได้ครับ) ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK จะได้หน้าต่าง Local Group Policy Editor ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1

ทิป: สามารถใช้วิธีการค้นหาคำว่า Group Policy ด้วย Cortana ก็ได้เช่นกัน

หมายเหตุ: การเปิดโปรแกรม Group Policy Editor ต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Administrators)

2. ในบานหน้าต่างด้านซ้ายของหน้า Local Group Policy Editor ให้คลิกเลือก Windows Update ซึ่งอยู่ที่ตำแหน่ง Computer Configuration>Administrative Templates>Windows Components>Windows Update ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2

3. จากนั้นทำการตั้งค่านโยบายดังต่อไปนี้

3.1 ดับเบิลคลิก Do not display ‘Install Updates and Shut Down’ option in Shut Down Windows dialog box แล้วตั้งค่าเป็น Enabled เสร็จแล้วคลิก OK

รูปที่ 3

3.2 ดับเบิลคลิก Do not adjust default option to ‘Install Updates and Shut Down’ in Shut Down Windows dialog box แล้วตั้งค่าเป็น Enabled เสร็จแล้วคลิก OK

รูปที่ 4

3.3 ดับเบิลคลิก Configure Automatic Updates แล้วตั้งค่าเป็น Enabled

รูปที่ 5

จากนั้นในหัวข้อ Configure Automatic Updating ให้เลือกเป็น Configure Automatic Updating เป็น 3 = (Default setting) Download the updates automatically and notify when they are ready to be installed

แล้วตั้งค่าตามด้านล่าง เสร็จแล้วคลิก OK
Scheduled install day: 0 – Every Day (ให้ทำการติดตั้งอัปเดตทุกวัน)
Scheduled install time: 07:00 ทำการตรวจสอบอัปเดตและดาวน์โหลดอัปเดตใหม่อัตโนมัติ (ถ้ามี) ทุกวันเวลา 07.00 น. จากนั้นแจ้งให้ผู้ใช้เป็นผู้ติดตั้งอัปเดต)

3.4 ดับเบิลคลิก Specify intranet Microsoft update service location แล้วตั้งค่าเป็น Enabled

รูปที่ 6

จากนั้นตั้งค่าตามด้านล่าง เสร็จแล้วคลิก OK
Set the intranet update service for detecting updates: http://192.168.10.10
Set the intranet statistics server: http://192.168.10.10

เมื่อ192.168.10.10 คือหมายเลขที่อยู่ไอพีของ WSUS Server

หมายเหตุ: ถ้าหาก WSUS Server ไมได้ทำงานบนพอร์ต 80 จะต้องใส่หมายเลขพอร์ตด้วย ตัวอย่างเช่น http://192.168.10.10:8530 เป็นต้น

3.5 ดับเบิลคลิก No auto-restart with logged on users for scheduled automatic updates installations แล้วตั้งค่าเป็น Enabled เสร็จแล้วคลิก OK

รูปที่ 7

4. ปิดโปรแกรม Group Policy Editor

หลังจากทำการตั้งค่านโยบายการอัปเดตเสร็จแล้วจะได้นโยบาย Windows Update ดังรูปที่ 8 หลังจากนั้น Windows 10 จะทำการตรวจสอบอัปเดตกับ WSUS Server ทำการตรวจสอบอัปเดตและดาวน์โหลดอัปเดตใหม่อัตโนมัติ (ถ้ามี) ทุกวันเวลา 07.00 น. จากนั้นจะแจ้งให้ผู้ใช้เป็นผู้ติดตั้งอัปเดต อย่างไรก็ตามคุณสามารถทำการตรวจสอบอัปเดตด้วยตนเองโดยเข้าไปที่ Settings > Update & security > Windows Update

รูปที่ 8

ทั้งหมดนี้คือวิธีการตั้งค่า Windows 10 ให้รับอัปเดตผ่านทาง WSUS Server โดยใช้ Group Policy Editor ครับ

ข้อควรระวัง: การตั้งค่านโยบายด้วยโปรแกรม Group Policy Editor จะทำการบันทึกโดยอัตโนมัติเมื่อออกจากโปรแกรม

Share.

Comments are closed.