ปิด Windows 10 ไม่ให้ติดตั้งอัพเดตอัตโนมัติ

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

เนื่องจาก Windows 10 จะทำการติดตั้งอัพเดตโดยอัตโนมัติถ้ามันตรวจพบว่าไมโครซอฟท์มีการออกอัพเดตใหม่ ด้านดีคือ Windows ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอจึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและอย่างปลอดภัย แต่ในทางกลับกันมันอาจสร้างปัญหา(และความรำคาญ)ให้ผู้ใช้เพราะอาจทำให้เครื่องพีซีทำงานช้า ได้รับแจ้งให้เริ่มต้นระบบในขณะที่กำลังรีบส่งงาน ต้องรอให้การติดตั้งอัพเดตเสร็จสมบูรณ์ และฯลฯ บทความนี้ผมมีวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการปิด Windows 10 ไม่อัพเดตอัตโนมัติมาฝากครับ

ดังที่ทราบกันว่า Windows Update บน Windows 10 ถูกตั้งให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดต (ถ้ามี) โดยอัตโนมัติโดยเริ่มต้น และที่สำคัญผู้ใช้ไม่สามารถทำการปิดหรือปรับแต่งการทำงานผ่านทาง Settings ได้ และถึงแม้ว่าจะสามารถปรับแต่งผ่านทางการตั้งค่า Active hours ได้ก็ตาม แต่เป็นเพียงการกำหนดช่วงเวลาที่ไม่ให้ Windows ทำการเริ่มต้นระบบหลังทำการติดตั้งอัพเดตเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าไมโครซอฟท์จะไม่ได้เตรียมเครื่องมือสำหรับปิด Windows Update มาให้ แต่ข่าวดี ถ้าคุณใช้ คุณสามารถใช้ Group Policy Editor (gpedit.msc) และ Registry Editor (regedit.exe) ครับ

Group Policy Editor มีให้ใช้บน Windows 10 รุ่น Pro, Enterprise หรือ Education เท่านั้น

!ข้อควรทราบ: การปรับปรุงหรือที่เรียกว่าอัพเดตระบบ Windows นั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ Windows ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ดังนั้นผู้ใช้ Windows ควรทำการตรวจสอบและติดตั้งอัพเดตอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับวิธีปิด Windows Update บน Windows 10 ไม่ให้ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดตโดยอัตโนมัติ ทำได้โดยการตั้งค่า Automatic Updates เป็น Disabled ผ่านทางนโยบายกลุ่มด้วย Group Policy Editor (gpedit.msc) หรือแก้ไขรีจีสทรี่ย์ด้วย Registry Editor (regedit.exe) ครับ

*บทความนี้ใช้ Windows 10 Version 1607 (Anniversary Update) เป็นระบบอ้างอิง

ปิด Windows Update บน Windows 10 ด้วย Group Policy Editor
วิธีการปิด Windows Update บน Windows 10 ด้วย Group Policy Editor มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เปิดโปรแกรม Group Policy Editor (ต้องใช้สิทธิ์ Administrators) โดยกดแป้นพิมพ์ Windows + R แล้วป้อน gpedit.msc ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK หรือกดปุ่ม Enter จะได้หน้าต่าง Local Group Policy Editor ดังรูปที่ *

รูปที่ 1

2. ในบานหน้าต่างด้านซ้ายของหน้า Local Group Policy Editor ให้ท่องไปที่ Computer Configuration>Administrative Templates>Windows Components>Windows Update ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2

3. ในบานหน้าต่างด้านขวาให้ดับเบิลคลิก Configure Automatic Updates แล้วตั้งค่าเป็น Disabled เสร็จแล้วคลิก OK จะได้ผลการทำงานดังรูปที่ 3

หมายเหตุ: โดยส่วนตัวแล้วผมขอแนะนำให้ตั้งค่า Configure Automatic Updates เป็น 2 = Notify before downloading any updates and notify again before installing them. ซึ่ง Windows จะทำการแจ้งเมื่อมีอัพเดตใหม่ โดยผู้ใช้เป็นคนเลือกทำการดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดตเอง – รายละเอียดการตั้งค่า Configure Automatic Updates อ่านได้จากส่วนท้ายบทความนี้ครับ

รูปที่ 3

หลังจากทำการตั้งค่านโยบายการอัปเดตเสร็จแล้วจะได้นโยบาย Windows Update ดังรูปที่ 4

รูปที่ 4

4. ปิดโปรแกรม Group Policy Editor แล้วทำการเริ่มต้นระบบใหม่เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: อัพเดต Windows 10 ผ่านทาง WSUS Server

ปิด Windows Update บน Windows 10 ด้วย Registry Editor
วิธีการปิด Windows Update บน Windows 10 ด้วยRegistry Editor มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เปิดโปรแกรม Registry Editor โดยกดแป้นพิมพ์ Windows + R จากนั้นพิมพ์ regedit.exe ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK หรือกดปุ่ม Enter (คลิก Yes บนหน้า User Account Control – ถ้ามี)

2. บนหน้าต่าง Registry Editor ให้ท่องไปยัง

HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Windows\WindowsUpdate\AU

ทำการสร้างคีย์ WindowsUpdate และ AU ตามขั้นตอนดังนี้ (กรณีมีคีย์ WindowsUpdate และ AU อยู่แล้วให้ข้ามไปข้อ 3)

2.1. คลิกขวาคีย์ Windows แล้วเลือก New จากนั้นเลือก Key ตั้งชื่อคีย์ที่สร้างใหม่ว่า WindowsUpdate

2.2 คลิกขวาคีย์ WindowsUpdate ที่สร้างในขั้นตอน 2.1 แล้วเลือก New จากนั้นเลือก Key ตั้งชื่อคีย์ที่สร้างใหม่ว่า AU

3. (กรณีมีรีจีสทรีย์คีย์ NoAutoUpdate อยู่แล้วให้ข้ามไปข้อ 3.1) ทำการสร้างรีจีสทรีย์คีย์ NoAutoUpdate โดยในบานหน้าต่างด้านซ้ายให้คลิกขวาบน AU จากนั้นเลือก New แล้วเลือก DWORD (32-bit) Value ตั้งชื่อรีจีสทรีย์คีย์ว่า NoAutoUpdate หัวข้อ Base เลือกเป็น Hexadecimal จากนั้นในช่อง Value data: ให้ตั้งค่าเป็น 1 เสร็จแล้วคลิก OK

3.1 ในบานหน้าต่างด้านขวาให้ดับเลิคลิกรีจีสทรีย์คีย์ว่า NoAutoUpdate แล้วบนหน้า Edit DWORD (32-bit) Value หัวข้อ Base เลือกเป็น Hexadecimal จากนั้นในช่อง Value data: ให้ตั้งค่าเป็น 1 เสร็จแล้วคลิก OK

รูปที่ 5

เสร็จแล้วจะได้รีจีสทรีย์คีย์ NoAutoUpdate, Type เป็น REG_DWORD และ Data เป็น 0x00000001 (1) ลักษณะดังรูปที่ 13

รูปที่ 6

4. ปิดโปรแกรม Registry Editor แล้วทำการเริ่มต้นระบบใหม่เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

สรุป
ผู้ใช้ Windows 10 สามารถปิด Windows Update บน Windows 10 เพื่อไม่ให้ทำการติดตั้งอัพเดตอัตโนมัติได้โดยใช้ Group Policy Editor (Windows 10 รุ่น Pro, Enterprise หรือ Education เท่านั้น) และ Registry Editor ตามวิธีการด้านบน โดยหลังจากนั้นผู้ใช้จะต้องทำการตรวจสอบและดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดต(ถ้ามี)เอง

ข้อมูลด้านล่างนี้สำหรับใช้อ้างอิงการตั้งค่า “Configure Automatic Updates” ด้วย Group Policy Editor

รายละเอียดการตั้งค่านโยบาย Configure Automatic Updates
คำอธิบาย:

เป็นนโยบายที่กำหนดว่าจะทำการตั้งค่าลักษณะการทำงานของ Automatic Updates ผ่านทางนโยบายกลุ่มหรือไม่

รายละเอียดการตั้งค่า:
Not Configured = ทำการตั้งค่า Automatic Updates ด้วย Control Panel หรือ PC Settings
Enabled = ทำการตั้งค่า Automatic Updates ผ่านทางนโยบายกลุ่ม
Disabled = ปิดการทำงาน Automatic Updates (ผู้ใช้ต้องการตรวจสอบ ดาวน์โหลด และติดตั้งอัพเดตด้วยตนเอง)

ในกรณีที่เลือก Automatic Updates เป็น Enabled จะต้องกำหนดลักษณะการทำงานเป็นแบบใดแบบหนึ่งดังนี้
2 = Notify before downloading any updates and notify again before installing them.
คำอธิบาย: กำหนดให้ Automatic Updates แจ้งเมื่อมีอัพเดตโดยจะแสดงไอคอนสีเหลืองที่ Status area บน System tray แสดงข้อความว่า “updates are ready to be downloaded” และให้ผู้ใช้เป็นคนเลือกทำการดาวน์โหลดและติดตั้งอัพเดตเอง โดยการคลิกที่ไอคอนเพื่อทำการดาวน์โหลด และเมื่อดาวน์โหลดเสร็จจะปรากฏเป็นไอคอนสีเหลืองที่ Status area บน System tray อีกครั้ง แสดงข้อความว่า “updates are ready to be installed” คลิกที่ไอคอนเพื่อทำการติดตั้งอัพเดต

3 = (Default setting) Download the updates automatically and notify when they are ready to be installed
คำอธิบาย: กำหนดให้ Automatic Updates ทำการดาวน์โหลดอัพเดตโดยอัตโนมัติ และให้ผู้ใช้เป็นคนเลือกทำการติดตั้งอัพเดตเอง โดยหลังจากดาวน์โหลดอัพเดตแล้วเสร็จ จะแสดงไอคอนสีเหลืองที่ Status area บน System tray แสดงข้อความว่า “updates are ready to be installed” คลิก icon เพื่อทำการติดตั้ง Update

4 = Automatically download updates and install them on the schedule specified below
คำอธิบาย: ให้ Automatic Updates ทำการดาวน์โหลดอัพเดตโดยอัตโนมัติ และเมื่อดาวน์โหลดเสร็จให้ทำการติดตั้งอัพเดตตามเวลาที่กำหนด (Scheduled) ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดเวลาติดตั้งไว้ Automatic Updates จะทำการติดตั้งที่เวลา 3:00 AM ของแต่ละวัน
ในกรณีที่ทำการติดตั้งอัพเดตเสร็จแล้ว แต่ต้องมีการรีสตาร์ทเครื่องเพื่อให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ถ้าในขณะนั้นไม่มีผู้ใช้ล็อกออน Automatic Updates จะทำการรีสตาร์ทเครื่องโดยอัตโนมัติ แต่หากในขณะนั้นมีผู้ใช้กำลังใช้งานเครื่องอยู่ Automatic Updates จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะรีสตาร์ททันที (Restart now) หรือ เลื่อนการรีสตาร์ทออกไป (Restart later) ในกรณีที่เลือกตั้งค่า Automatic Updates เป็น “4” ผู้ใช้สามารถกำหนดวันและเวลาการติดตั้งอัพเดตได้จาก Scheduled install day และ Scheduled install time ตามลำดับ

5 = Allow local administrators to select the configuration mode that Automatic Updates should notify and install updates
คำอธิบาย: ให้ผู้ดูแลระบบบนเครื่องโลคอลเป็นผู้กำหนดลักษณะการทำงานของ Automatic Updates ซึ่งกำหนดจาก Windows Update ใน Control Panel หรือ PC Settings โดยผู้ดูแลระบบบนเครื่องโลคอลสามารถกำหนดเวลาการติดตั้งอัพเดตได้ แต่จะไม่สามารถทำการปิดการใช้งาน Automatic Updates ได้

Comments

comments

Share.

Comments are closed.