วิธีปิด Fast User Switching บน Windows 10

0

Fast User Switching เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ Windows สามารถสวิทช์ไปล็อกอินด้วยผู้ใช้อีกคนได้โดยที่ผู้ใช้คนที่กำลังใช้งานไม่ต้องไม่ต้องออก (Sign out) จากระบบ อย่างไรก็ตาม Fast User Switching สามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้คนอื่นได้ และถ้าคุณวิตกกังวลว่าจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น คุณสามารถปิดฟีเจอร์นี้ตามวิธีการด้านล่างครับ

การปิด Fast User Switching บน Windows 10

วิธีการฟีเจอร์ Fast User Switching (หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า Switch User) บน Windows 10 สามารถทำได้ โดยการใช้โปรแกรม Group Policy Editor และ Registry Editor

ข้อมูลระบบ: บทความนี้อ้างอิง Windows 10 Pro Creators Update Version 1703 (วิธีการนี้นำไปใช้ได้กับ Windows 7, 8/8.1 และ 10 ครับ)

ปิด Fast User Switching โดยใช้ Group Policy Editor

การปิดฟีเจอร์ Fast User Switching โดยใช้ Group Policy Editor มีขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Group Policy Editor โดยกดแป้นพิมพ์ลัด Windows + R แล้วป้อน GPEDIT.MSC (ป้อนตัวใหญ่หรือตัวเล็กก็ได้ครับ) ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK จะได้หน้าต่าง Local Group Policy Editor ดังรูปที่ 1

2. ในบานหน้าต่างด้านซ้ายของหน้า Local Group Policy Editor ให้ท่องไปยังตำแหน่ง Computer Configuration>Administrative Templates>System>Logon

จากนั้นในบานหน้าต่างด้านขวาให้ดับเบิลคลิก “Hide entry points for Fast User Switching”

3. บนหน้า Hide entry points for Fast User Switching ให้คลิก Enabled จากนั้นคลิก OK

จากนั้นสถานะ (Status) ของ Hide entry points for Fast User Switching จะเปลี่ยนเป็น Enabled ดังรูปด้านล่าง เสร็จแล้วปิดโปรแกรม Group Policy Editor

ปิด Fast User Switching โดยใช้ Registry Editor

การปิดฟีเจอร์ Fast User Switching โดยใช้ Registry Editor มีขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Registry Editor โดยกดปุ่ม Windows + R จากนั้นพิมพ์ regedit.exe ในช่อง Open เสร็จแล้วคลิก OK หรือกดปุ่ม Enter (คลิก Yes บนหน้า User Account Control – ถ้ามี)

2. ในหน้าต่าง Registry Editor ให้ท่องไปยัง HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System

3. ในบานหน้าต่างด้านขวาให้ดับเบิลคลิกที่คีย์ HideFastUserSwitching (REG_DWORD)

4. บนหน้า Edit String ให้ตั้งค่า Value Data = 1 ส่วน Base เลือกเป็น Hexadecimal แล้วคลิก OK

>> ถ้าไม่มีรีจีสทรีคีย์ HideFastUserSwitching ให้คลิกขวาบริเวณพื้นที่ว่างของบานหน้าต่างด้านขวามือแล้วเลือก New > DWORD (32-bit value) โดยให้ตั้งชื่อเป็น HideFastUserSwitching แล้วตั้งค่า Value data = 1 และ Base เลือกเป็น Hexadecimal

จากนั้นดาต้า (Data) ของรีจีสทรีคีย์ HideFastUserSwitching จะเปลี่ยนเป็น 1 เสร็จแล้วปิดโปรแกรม Registry editor

ผลการทำงาน

การปิดฟีเจอร์ Fast User Switching จะทำให้ไม่สามารถสวิชท์ผู้ใช้ได้ โดยรูปด้านล่าง ด้านซ้ายมือเป็นเมนู Start ก่อนทำการปิดปิดฟีเจอร์ Fast User Switching ซึ่งจะเห็นว่าสามารถสวิทช์ไปล็อกอินด้วยผู้ใช้ที่ชื่อ User ได้ ในขณะที่ด้านขวามือเป็นเมนู Start หลังจากปิดฟีเจอร์ Fast User Switching แล้ว ซึ่งจะไม่มีตัวเลือกให้สวิทช์ไปล็อกอินด้วยผู้ใช้ที่ชื่อ User อีกต่อไป

หมายเหตุ: หลังจากทำการปิดฟีเจอร์ Fast User Switching เมื่อต้องการล็อกอินด้วยผู้ใช้คนอื่นจะต้องออก (Sign out) จากผู้ใช้คนที่กำลังใช้งานก่อน

ประวัติการปรับปรุง
18 พฤศจิกายน 2560: ปรับปรุงเนื้อหา
21 พฤษภาคม 2560: เผยแพร่ครั้งแรก

Comments

comments

Share.

Comments are closed.