เพิ่มประสิทธิภาพ Windows 10 ด้วยการ Optimize ไดรฟ์

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ Windows ทำงานช้าลดลง หนึ่งในนั้นคือประสิทธิภาพการทำงานของไดรฟ์จัดเก็บข้อมูล (Storage drive) ลดลง ดังนั้น ถ้าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไดรฟ์ประสิทธิภาพการทำงานของ Windows ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย บทความนี้จึงนำวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไดรฟ์มาฝากครับ

การ Optimize ไดรฟ์จัดเก็บข้อมูล

การ Optimize ไดรฟ์จัดเก็บข้อมูล คือการทำ Defragmentation ซึ่งจะทำการจัดเรียงข้อมูลที่กระจัดกระจายบนไดรฟ์ให้เป็นระเบียบ ส่งผลให้ไดรฟ์มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น

สาเหตุที่ข้อมูลกระจัดกระจายเพราะว่า ในขณะที่ Windows ทำการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์นั้น ไม่มีพื้นทื่ว่างที่ต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำการบักทึกไฟล์ในที่เดียวกัน

ผลกระทบจะเกิดขึ้นเมื่อทำการเข้าถึงข้อมูล (ไฟล์) ในครั้งต่อ ๆ ไป เนื่องจาก Windows จะต้องอ่านข้อมูลจากหลายที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงส่งผลให้ Windows ทำงานช้าลงในที่สุด

ไดรฟ์จัดเก็บข้อมูลโดยเฉพาะไดรฟ์แบบจานหมุนจำเป็นต้องได้รับการ Optimize สม่ำเสมอเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนไดรฟ์แบบ SSD นั้นได้รับผลกระทบจากข้อมูลกระจัดกระจายน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การ Optimize ช่วยให้ SSD มีสุขภาพที่ดีและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

การ Optimize ไดรฟ์จัดเก็บข้อมูล บน Windows 10

Windows มีเครื่องมือสำหรับ Optimize ไดรฟ์ให้มาในตัว เราจึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเธิร์ดปาร์ตี้เพิ่ม การใช้งานทำได้โดยพิมพ์ข้อความ “Defragment” ในช่อง Type here to search จากนั้นคลิก Defragment and Optimize Drives จากหน้าแสดงผลการค้นหา

บนหน้าต่าง Optimize drives ให้ตรวจสอบใน Current status ในหัวข้อ Status

สถานะของไดรฟ์ปัจจุบัน

  • กรณีฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน สถานะของไดรฟ์จะแสดงค่าเปอร์เซ็นต์การกระจัดกระจายของข้อมูล ค่าเปอร์เซ็นต์สูงแสดงว่าไดรฟ์ถึงเวลาต้อง Optimize
  • กรณี SSD สถานะของไดรฟ์จะแสดงสุขภาพของไดรฟ์ โดยจะแสดงข้อความ Needs optimization ถ้าตรวจพบว่าไดรฟ์ถึงเวลาต้อง Optimize

การ Optimize ไดรฟ์ทำได้โดยคลิกเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ จากนั้นคลิก Optimize โดยเวลาที่ใช้ทำงานจะขึ้นอยู่กับความจุของไดรฟ์นั้น ไดรฟ์ที่มีความจุมากจะใช้เวลาในการ Optimize นาน ในระหว่างการ Optimize ยังสามารถใช้งาน Windows 10 ทำงานได้ตามปกติ

การ Analyze จะทำการประเมินสุขภาพของไดรฟ์ในขณะนั้น ซึ่งจะให้ข้อมูลการระจัดกระจายที่ถูกต้องแม่นยำกว่าที่แสดงใน current status วิธี Analyze ไดรฟ์ทำได้โดยคลิกเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ จากนั้นคลิก Analyze

ตั้งเวลา Optimize ไดรฟ์โดยอัตโนมัติ

โดยดีฟอลท์ Windows 10 จะทำการ Optimize โดยอัตโนมัติทุกสัปดาห์ โดยผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเวลาให้ทำการ Optimize โดยอัตโนมัติได้ ซึ่งสามารถตั้งให้ทำงานได้ 3 แบบ คือ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือนได้

วิธีการคือ คลิก Change settings ในหัวข้อ Scheduled optimization จากนั้นบนหน้า Optimization Schedule ให้ทำการตั้งค่า Frequency เป็น Daily = ทำงานทุกวัน , Weekly = ทำงานทุกสัปดาห์ หรือ Monthly = ทำงานทุกเดือน

จากนั้นเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ Optimize ได้ในหัวข้อ Drive คลิก Choose แล้วเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ เสร็จแล้วคลิก OK

ความเห็น

การ Optimize ทำให้ไดรฟ์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ Windows 10 ทำงานเร็วขึ้น (ถึงจะเร็วขึ้นไม่มากมายจนรู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน) ดังนั้นถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ทำการ Optimize ไดรฟ์สม่ำเสมอ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือนครับ

ประวัติการปรับปรุงบทความ
30 กันยายน 2562: เผยแพร่ครั้งแรก

Share.

Comments are closed.