รวมวิธีแก้ปัญหา Sign in เข้า Windows 10 ช้า

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

ปัญหาลงชื่อเข้า (Sign in) ระบบ Windows 10 ช้าถึงช้ามาก ๆ (อาจนานถึงครึ่งชั่วโมง) เป็นอีกปัญหาที่พบได้ค่อนข้างบ่อย โพสต์นี้รวมวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาแชร์เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขกันครับ

วิธีแก้ปัญหา Sign in เข้า Windows 10 ช้า

เมื่อผู้ใช้ลงชื่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 10 ถ้าหากเป็นการลงชื่อเข้าเครื่องนั้นเป็นครั้งแรกระบบจะทำการสร้างโปรไฟล์ใหม่ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที แล้วแต่ประสิทธิภาพของเครื่อง สำหรับกรณีที่ผู้ใช้เคยเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วระบบก็จะทำการโหลดโปรไฟล์ของผู้ใช้คนนั้น ๆ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งะบบจะค้างอยู่ที่หน้าสร้างโปรไฟล์ (กรณีการลงชื่อเข้าเครื่องนั้นเป็นครั้งแรก) หรือค้างที่หน้าจอสีดำซึ่งมีแต่เคอร์เซอร์เมาส์โดยเคอร์เซอร์เมาส์สามารถเลื่อนไปมาได้ตามปกติ (กรณีการโหลดโปรไฟล์ของผู้ใช้) เป็นเวลานานมากซึ่งบางครั้งอาจนานถึงครึ่งชั่วโมง

สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาลงชื่อเข้าระบบ Windows 10 ช้าถึงช้ามากนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 เริ่มต้น Windows 10 ใหม่

ปัญหาบางอย่างบน Windows 10 แก้ไขได้โดยการเริ่มต้น (Start) ระบบใหม่ โดยในกรณีที่ค้างอยู่หน้าจอลงชื่อเข้าเครื่อง (หน้าจอสร้างโปรไฟล์หรือหน้าจอสีดำ) สามารถทำการเริ่มต้นระบบใหม่ได้ตามขั้นตอนดังนี้

1. กดปุ่ม Ctrl + Alt + Del พร้อมกัน

2. คลิกไอคอน Power แล้วเลือก Restart

วิธีที่ 2 รันคำสั่ง System file check (SFC)

บางกรณีปัญหา Windows 10 ค้างอยู่หน้าจอลงชื่อเข้าเครื่อง สามารถแก้ไขได้โดยการรันคำสั่ง sfc ตามขั้นตอนดังนี้

1. พิมพ์ cmd ในช่อง Type here to search จากนั้นคลิกขวา Command Prompt จากผลการค้นหาแล้วเลือก Run as administrator แล้วคลิก Yes บนหน้า User Account Control (UAC) ถ้ามี

2. พิมพ์คำสั่ง sfc /scannow ที่คอมมานด์พร้อมท์ เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter

3. รอจนการทำงานแล้วเสร็จ จากนั้นทำการเริ่มต้นระบบ Windows 10 ใหม่

วิธีที่ 3 ลบไฟล์ใน Prefetch

บางกรณีปัญหา Windows 10 ค้างอยู่หน้าจอลงชื่อเข้าเครื่อง สามารถแก้ไขได้โดยการลบไฟล์ใน Prefetch ตามขั้นตอนดังนี้

1. กดปุ่ม Ctrl + Alt + Del พร้อมกัน แล้วเลือก Task manager
2. บนหน้า Task manager เลือก More details
3. บนหน้า Task manager คลิก File จากนั้นคลิก Run new task
4. กรอก cmd ในช่อง Open คลิกเลือก Create this task withadminitrative priviledge เสร็จแล้วคลิก OK
5. บนหน้า CMD ให้ย้ายไปทำงานที่โฟลเดอร์ C:\Windows\Prefetch
6. พิมพ์คำสั่ง del *.* สร็จแล้วกดปุ่ม Enter เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter
7. กดปุ่ม Y เพื่อยืนยันการลบไฟล์

วิธีที่ 4 ล้างเครื่องลง Windows 10 ใหม่

เอาจริง ถ้าจะแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชนิดว่าหายแน่นอน คือทำการล้างเครื่องแล้วลง Windows 10 และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ใหม่

แหล่งอ้างอิง
Microsoft
Windows Report

ประวัติการปรับปรุงบทความ
31 สิงหาคม 2563 : เผยแพร่ครั้งแรก

Share.

Comments are closed.