สว่านไร้สายและไขควงไร้สายสำหรับงาน DIY ควรซื้อตัวไหนก่อน?

0

จากประสบการณ์การซื้อสว่านไร้สายและไขควงไร้สาย สำหรับเอาไว้ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านและใช้งาน DIY พบว่าการเลือกซื้อเครื่องมือสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะกับคนทั่วไปที่ไม่ใช่สายช่างมืออาชีพ เนื่องจากมีเรื่องที่ต้องพิจารณาหลายอย่างด้วยกัน จึงคิดว่าถ้ารวบรวมสิ่งที่ผมพิจารณาในการซื้อสว่านไร้สายและไขควงไร้สายเป็นบทความ น่าจะมีประโยชน์และให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อย

ข้อควรทราบ: ต้องออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องมือไร้สาย โพสต์นี้เขียนจากประสบการณ์ล้วน ๆ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ และโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล ข้อไหนดีมีประโยชน์ก็นำไปใช้ตามเห็นควร สำหรับข้อไหนคิดว่าไม่น่าใช่ก็ข้ามไปครับ

แนวทางการเลือกซื้อสว่านไร้สายและไขควงไร้สายสำหรับงาน DIY

ปัจจัยพิจารณาในการเลือกซื้อสว่านไร้สายและไขควงไร้สาย อย่างแรกเลย ต้องรู้ว่าสว่านไร้สายเป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาสำหรับงานเจาะ ส่วนไขควงไร้สายป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาสำหรับงานขั้นสกรู ถึงแม้ว่าจะสามาถใช้งานแทนกันได้แต่ก็ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น จึงควรใช้ในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ไม่แนะนำให้ใช้งานแทนกันโดยสิ้นเชิงโดยเฉพาะในงานหนัก เนื่องจากทำให้งานไม่ได้คุณภาพหรือชิ้นงานเสียหาย การทำงานไม่สะดวกเท่ากับการใช้เครื่องมือตรงตามหน้าที่ และยังทำให้อายุการใช้งานของเครื่องมือสั้นลงอีกด้วย

สำหรับการเลือกซื้อสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สาย มีแนวทางดังนี้

ขั้นตอนที่ 0:

ถ้าหากมีงบประมาณไม่จำกัด ชอบตัวไหน รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ซื้อโลด ครับ

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดวัตถุประสงค์

ปัจจัยแรกคือต้องรู้ว่าจะซื้อเครื่องมือไปใช้ในงานเกี่ยวกับอะไร เพื่อจำกัดขอบเขตเครื่องมือให้แคบลง ทำให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้นและได้เครื่องมือที่ตรงและเหมาะสมกับงาน
1.1 ใช้งานเจาะเป็นหลัก
ถ้าต้องการเครื่องมือสำหรับใช้งานเจาะเป็นหลัก เครื่องมือที่เหมาะสมคือสว่านไร้สาย โดยมีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมตามประเภทของการเจาะ ดังต่อไปนี้

1.1.1 ถ้าจะใช้งานเจาะไม้กับเหล็กเป็นหลัก เครื่องมือที่เหมาะสมคือสว่านไร้สายแบบไม่มีโหมดกระแทก

1.1.2 ถ้าจะใช้งานเจาะปูนหรือผนังอิฐมวลเบาหรืออิฐมอญ เป็นหลัก เครื่องมือที่เหมาะสมคือสว่านไร้สายแบบมีโหมดกระแทก (หรือที่เรียกว่าสว่านกระแทกไร้สาย) หรือสว่านโรตารีไร้สาย

1.1.3 ถ้าหากจะใช้เจาะปูนที่มีความแข็งสูง เช่น ผนังพรีคาส พื้นปูน เสาปูนหล่อ คานปูน เป็นหลัก เครื่องมือที่เหมาะสมคือสว่านโรตารีไร้สาย ซึ่งแยกย่อยลงไปอีก 2 แบบ คือ แบบ 2 โหมด คือ เจาะและเจาะกระแทก และ แบบ 3 โหมด คือ เจาะ เจาะกระแทก และสกัด

1.2 ใช้งานขันสกรูเป็นหลัก
ถ้าต้องการเครื่องมือสำหรับใช้งานขันสกรูเป็นหลัก เครื่องมือที่เหมาะสมคือไขควงไร้สาย โดยมีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1.2.1 ถ้าจะใช้งานขันสกรูที่มีการเจาะนำหรือมีเกลียวอยู่แล้ว เช่น ขันสกรูเข้ากล่องพลาสติก ประกอบเฟอร์นิเจอร์ ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือของเล่น เครื่องมือที่เหมาะสมคือไขควงครัชไร้สาย ไขควงติดตั้งไร้สาย หรือที่เรียกว่าไขควงไร้สาย

1.2.2 ถ้าจะใช้งานปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน งาน DIY ขันสกรูที่ไม่มีการเจาะนำหรือยังไม่มีเกลียว เช่น ขันสกรูยึดกล่องลอยพลาสติกกับพุกพลาสติก การขันสกรูเข้าไม้เนื้ออ่อน เครื่องมือที่เหมาะสมคือ ไขควงครัชไร้สาย ไขควงติดตั้งไร้สาย ไขควงกระแทกไร้สายแรงบิดปานกลาง

1.2.3 ถ้าจะใช้งานระดับมืออาชีพ เช่น รับเหมาติดตั้งหลังคาเมทัลชีท รับเหมาติดตั้งระบบโซลาร์เซล เครื่องมือที่เหมาะสมไขควงไร้สายแรงบิดสูงเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว

1.3 ใช้งานทั้งเจาะและขันสกรู

ปัญหาที่หลายคนรวมถึงผมพบในการซื้อเครื่องมือไร้สายคือ อยากได้เครื่องมือตัวเดียวที่ใช้งานครอบคลุมงานเจาะไม้ เจาะเหล็ก เจาะปูน เจาะผนังอิฐ เจาะผนังพรีคาส/เสาปูน และใช้ขันสกรูได้ด้วย ซึ่งจะหาเครื่องมือตัวเดียวที่เหมาะกับงานทุกอย่างที่กล่าวมานั้นไม่มี โดยเครื่องมือที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นสว่านกระแทกไร้สาย

ดังนั้นหากต้องซื้อเครื่องมือเพียงตัวเดียวแนะนำให้ซื้อสว่านกระแทกไร้สาย แต่ขอแจ้งเพื่อทราบไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้เป็นสว่านกระแทกไร้สายตัวท็อป หากนำไปใช้เจาะผนังพรีคาส เสาปูนหล่อ คานปูน จำนวนมาก ๆ มีเหนื่อยทีเดียวครับ

1.4 สำหรับการซื้อไว้เป็นของสะสมเพื่อความสุขทางจิตใจ
เคสนี้เลือกซื้อเครื่องมือไร้สายได้ตามความชื่นชอบ ชอบตัวไหน รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ซื้อโลด ครับ

ขั้นตอนที่ 2: กำหนดงบประมาณ

เมื่อรู้แล้วว่าจะซื้อเครื่องมืออะไร ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดงบประมาณ โดยงบประมาณจะช่วยจำกัดตัวเลือกเครื่องมือที่จะซื้อให้แคบลงทำให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

คนที่งบประมาณกลาง ๆ และอยากได้ของที่เป็นแบรนด์ออริจินัลเพื่อใช้งานกันยาว ๆ อาจจะพิจารณาเครื่องมือยี่ห้อ มากีต้า สแตนลีย์ ดีวอลท์ บอชส์ มิววอลคีย์ และอีกหลายยี่ห้อที่ไม่ได้กล่าวถึง ส่วนคนที่งบประมาณจำกัด ก็เลือกซื้อยี่ห้อจีนที่มีราคาย่อมเยากว่า แต่ต้องดูละเอียดนิดนึงเพราะมีของคุณภาพต่ำหรือของปลอมเยอะมากโดยเฉพาะการซื้อจากออนไลน์

สำหรับคนที่มีงบไม่จำกัดเลือกได้ตามความสะดวกครับ (โดยส่วนตัวหากไม่ติดเรื่องงบจะจัดสว่านกระแทกไร้สาย Festool มาลองสักเครื่องจะได้รู้เสียทีว่ามันยอยเยี่ยมตามคำร่ำลือไหม)

ขั้นตอนที่ 3: ศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องมือที่จะซื้อ

ถึงขั้นตอนนี้น่าจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สาย ขั้นตอนต่อไปคือการศึกษาข้อมูลทางด้านเทคนิคของเครื่องมือที่จะซื้อ โดยทั่วไปมีดังนี้

3.1 ระบบแรงดันไฟฟ้า
ปัจจัยต่อมาที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องมือไร้สายคือแรงดันไฟฟ้า ซึ่งในตลาดสว่านไร้สายและไขควงไร้สายนั้นมีหลากหลายมาก สำหรับแบรนด์แท้ต้นฉบับสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ระบบแรงดันไฟฟ้า 12V และต่ำกว่า สว่านไร้สายและไขควงไร้สายกลุ่มนี้เหมาะกับการใช้งานทั่วไป งานปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน งาน DIY โดยทั่วไปราคารวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จจะถูกกว่าเครื่องมือระบบ 18-20V และ 40V

ระบบแรงดันไฟฟ้า 18-20V สว่านไร้สายและไขควงไร้สายกลุ่มนี้เหมาะกับการใช้งานทั่วไป งานปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน งาน DIY จนถึงงานระดับมืออาชีพ โดยทั่วไปราคารวมแบตเตอรี่และแท่นชาร์จจะสูงกว่า เครื่องมือระบบ 12V แต่จะถูกว่าระบบที่สูงกว่า 20V

ระบบแรงดันไฟฟ้าสูงกว่า 20V สว่านไร้สายและไขควงไร้สายกลุ่มนี้เหมาะกับการใช้งานปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน งาน DIY จนถึงงานระดับมืออาชีพ โดยทั่วไปจะมีราคาสูงที่สุด

การเลือกระบบแรงดันไฟฟ้านั้น ต้องพิจารณาวัตถุงานที่จะนำไปใช้งาน งบประมาณ และแผนการซื้อครื่องมือไร้สายในอนาคต เพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนกับแบตเตอรี่หรือแท่นชาร์จเพิ่ม

3.2. ชนิดมอเตอร์ที่ใช้

อีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อสว่านไร้สายหรือคือมอเตอร์ ซึ่งโดยทั่วไปมอเตอร์ที่ใช้ในสว่านไร้สายและไขควงไร้สายมีสองประเภทด้วยกันคือมอเตอร์แบบใช้แปรงถ่าน (Brushed motor) และมอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless motor)

มอเตอร์แบบใช้แปรงถ่าน

  • มีแปรงถ่านจึงมีการเสียดสี ทำให้ไม่มีความเสียดทาน ส่งผลให้เกิดความร้อนในการทำงาน
  • มีการสูญเสียแรงดัน (Voltage drop) ที่แปรงถ่าน ทำให้กินไฟมากกว่า มีประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่า และมีกำลังต่ำกว่า
  • อาจเกิดสะเก็ดไฟขณะใช้งาน
  • ต้องเปลี่ยนแปลงถ่านทุก 2-3 ปี กรณีใช้งานหนักมากอาจต้องเปลี่ยนแปลงถ่านทุกปี
  • อายุการใช้งานน้อยกว่ามอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน
  • ไม่ต้องใช้ตัวควบคุมความเร็ว ESC (Electronics Speed Controller) ในการทำงาน
  • ราคาถูก

มอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน

  • ไม่มีแปรงถ่านจึงไม่มีการเสียดสี ทำให้ไม่มีความเสียดทาน จึงไม่เกิดความร้อนในการทำงาน
  • ไม่มีการสูญเสียแรงดัน (Voltage drop) ที่แปรงถ่าน ทำให้กินไฟน้อยกว่า มีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า และมีกำลังสูงกว่า
  • ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงถ่าน
  • ไม่เกิดสะเก็ดไฟขณะใช้งาน
  • อายุการใช้งานยาวนานกว่ามอเตอร์แบบใช้แปรงถ่าน
  • ต้องใช้ตัวควบคุมความเร็ว ESC (Electronics Speed Controller) ในการทำงาน
  • ราคาแพง

การเลือกมอเตอร์สว่านไร้สายหรือไขควงไร้สายนั้นขึ้นกับงบประมาณเป็นหลัก ถ้างบพอแนะนำให้เลือกมอเตอร์แบบไร้แปรงถ่านครับ

3.3 แบตเตอรี่และแท่นชาร์ท

กรณีซื้อเครื่องมือไร้สายแบบชุดพร้อมใช้จะไม่ต้องพิจารณาในประเด็นนี้ แต่ถ้าซื้อเครื่องมือไร้สายแบบตัวเปล่ามา และต้องการซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์ทเพื่อใช้งานร่วมกัน เนื่องจากแต่ละแบรนด์จะมีแบตเตอรี่ให้เลือกใช้งานหลายรุ่นหลายความจุ (แบตเตอรี่ที่มีความจุ ราคาจะสูงกว่า และน้ำหนักมากกว่า) ดังนั้นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีว่าตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานกับเครื่องมือไร้สายซื้อมาได้

สำหรับการเลือกแบตเตอรี่นั้นไม่มีกฏเกณฑ์ที่แน่นอน ขึ้นกับงบประมาณและการใช้งานเป็นหลัก โดยทั่วหากต้องการแบบพกพาสะดวก น้ำหนักเบาก็เลือกแบตเตอรี่ความจุน้อย ๆ หากต้องการใช้งานยาวนานโดยไม่เกี่ยงน้ำหนัก ก็เลือกแบตเตอรี่ความจุมาก ๆ

ในกรณีมีเครื่องมือไร้สายมากกว่า 1 ตัว ควรมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 2 ก้อน เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ส่วนแท่นชาร์ทแนะนำชื้อรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็วจะใช้งานได้สะดวกกว่ารุ่นธรรมดา

*หมายเหตุ:
มากีต้าแยกระบบไฟออกเป็น 12V 18V 2x18V 40V และ 2x40V ดีวอลท์แยกเป็น 18V หรือ 20V กับ 56V หรือ 60V ยี่ห้ออื่น ๆ ก็มีกำหนดของตนเอง และแน่นอนว่าไม่สามารถใช้แบตเตอรี่ร่วมกันกับยี่ห้ออื่นได้

3.4 คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค

3.4.1 คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคของสว่านไร้สาย

คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคหรือสเปคของสว่านไร้สายมีหลายด้านด้วยกัน แต่ที่ต้องพิจารณาให้ละเอียดก่อนซื้อ มีประมาณนี้

3.4.1.1 โหมดการทำงาน

สว่านไร้สายนั้นจะแบ่งย่อยออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือสว่านไร้สาย (บางครั้งเรียกสว่านไขควงไร้สาย) กับสว่านกระแทกไร้สาย (บางครั้งเรียกสว่านไขควงกระแทกไร้สาย) โดยสว่านไร้สายจะมี 2 โหมด คือ เจาะ และขันสกรู ส่วนสว่านกระแทกไร้สายจะมี 3 โหมด คือ เจาะ เจาะกระแทก และขันสกรู

เอ้ย! ไหนบอกว่าสว่านไร้สายจะสร้างมาเพื่องานเจาะ แล้วทำไมมีโหมดขันสกรูด้วย? เรื่องนี้มันมีเหตุผล นั้นคือ การเพิ่มฟังก์ชั้นการขันสกรูเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องมือและขยายขอบเขตการใช้งานให้กว้างขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามสว่านไร้สายขันสกรูได้ไม่ดีเท่าไขควงไร้สาย

3.4.1.2 เกียร์ (Gear)

สว่านไร้สายส่วนใหญ่จะสามารถปรับความเร็วการทำงานได้ 2 เกียร์ แต่จะมีบางรุ่นที่สามารถปรับความเร็วการทำงานได้ 3 เกียร์

สำหรับการใช้งานทั่วไปและงาน DIY 2 เกียร์ก็เพียงพอต่อการใช้งาน

3.4.1.3 ความเร็วรอบ (Speed)

เป็นความเร็วรอบการหมุนของมอเตอร์ในขณะที่ไม่มีโหลด (No load speed) มีหน่วยรอบต่อนาที (Round Per Minute : RPM) ความเร็วรอบนั้นขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้งาน เช่น เกียร์ 2 มีความเร็วรอบ 0 – 2,100 เกียร์ 2 มีความเร็วรอบ 0 – 550

สำหรับการใช้งานทั่วไปและงาน DIY เลือกสว่านไฟฟ้าที่มีความเร็ว 2,000 – 2,100 RPM ที่เกียร์ 2 และมีความเร็วรอบ 500 – 550 RPM ที่เกียร์ 1

3.4.1.4 แรงบิด (Torque)

เป็นแรงบิดมอเตอร์ในหน่วยนิวตันต่อเมตร (Newton Per Meter) และขึ้นอยู่กับเกียร์ที่ใช้งาน เช่น เกียร์ 2 มีแรงบิด 65 N/m เกียร์ 1 มีแรงบิด 130 N/m

สว่านไร้สายที่มีแรงบิดสูงจะรองรับการทำงานหนักได้ดีกว่า

3.4.1.5 หัวจับดอก

สว่านไร้สายจะใช้หัวจับดอกแบบสามจับและใช้การล็อคดอกด้วยการใช้มือหมุนเหมือนกัน จะแตกต่างกันที่วัสดุที่ใช้ซึ่งมี 2 ชนิดคือ โลหะและพลาสติก

หัวจับดอกที่เป็นโลหะจะมีความทนทานมากกว่าแต่จะทำให้มีน้ำหนักมาก ส่วนหัวจับดอกแบบพาสติกมีความทนทานน้อยกว่าแต่จะทำให้มีน้ำหนักน้อยกว่า

3.4.1.6 สมรรถนะการเจาะ

สมรรถนะการเจาะเป็นขนาดใหญ่สุดที่สว่านไร้สายสามารถเจาะวัสดุแต่ละชนิด มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) เช่น เจาะไม้ได้สูงสุด 40mm เจาะเหล็กได้สูงสุด 15mm เจาะปูนได้สูงสุด 13mm เป็นต้น

การเลือกซื้อสว่านไร้สายควรเลือกรุ่นที่มีสรรถนะสูงกว่าขนาดสูงสุดที่จะใช้งานอย่างน้อย 20 เปอร์เช็นเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประหยัดแบตเตอรี่

ตัวอย่างเช่น ใช้งานเจาะไม้ขนาด 40mm เป็นหลัก สว่านไร้สายรุ่นที่สามารถจะต้องเจาะไม้ได้ได้อย่างน้อย 40 x 1.2 = 48mm

3.4.1.7 ดอกสว่านที่รองรับ (Chuck Capacity)

การเลือกซื้อสว่านนั้นจะต้องศึกษาเกี่ยวกับชนิดดอกสว่านที่จะใช้งานด้วยเพื่อจะได้ซื้อได้ถูกต้อง โดยสว่านไร้สายจะใช้ดอกสว่านแบบก้านกลม หรือก้านสามเรียบ ขนาดก้านตั้งแต่ 1.5-10mm หรือ 1.5-13mm แล้วแต่รุ่นของสว่าน และก้านหกเหลี่ยมซึ่งมีขนาดมาตรฐาน 6.35 มม. (1/4 นิ้ว) ส่วนสว่านโรตารีไร้สายจะใช้ดอกสว่านแบบ SDS Plus หรือ SDS MAX แล้วแต่รุ่นของสว่าน

อัตราการกระแทก: เป็นจำนวนการกระแทกต่อนาที และขึ้นอยู่กับโหมดหรือเกียร์ที่ใช้ เช่น DHP486 มีอัตราการกระแทก 0 – 31,500 ที่เกียร์ 2 และมีอัตราการกระแทก 0 – 8,250 ที่เกียร์ 1

3.4.1.8 น้ำหนักตัวเครื่อง

โดยทั่วไปสว่านไร้สายเครื่องเปล่ามีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม และเมื่อใส่แบตเตอรี่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3-0.7 กิโลกรัม แล้วแต่ขนาดของแบตเตอรี่

3.4.2 คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคของไขควงไร้สาย

คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคหรือสเปคของไขควงไร้สายมีหลายด้านด้วยกัน แต่ที่ต้องพิจารณาให้ละเอียดก่อนซื้อ มีประมาณนี้

3.4.2.1 แรงบิด (Torque)

เป็นแรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ในหน่วยนิวตันต่อเมตร (Newton Per Meter : N/m) แรงบิดจะขึ้นอยู่กับประเภท รุ่น และโหมดที่ใช้งาน

ไขควงไร้สายที่มีแรงบิดสูงจะสามารถขันสกรูได้เร็วกว่า รองรับการทำงานหนักได้ดีกว่า แต่ต้องใช้แรวกดมากกว่า (เหนื่อยล้ามากกว่า)

การเลือกซื้อไขควงไร้สายควรเลือกให้เหมาะสมกับงาน สำหรับงาน DIY หรือการขันสกรูหัวแฉกใช้ไขควงไร้สายที่แรงบิดปานกลางประมาณ 140 N/m ก็เพียงพอแล้ว การใช้ไขควงไร้สายที่มีแรงบิดสูงจะทำให้สกรูหรือดอกไขควงสึกหรอหรือเสียงหายได้

3.4.2.2 ดอกไขควงที่รองรับ

การเลือกซื้อไขควงไร้สายต้องศึกษาเกี่ยวกับชนิดดอกไขควงเพื่อจะได้ซื้อได้ถูกต้อง โดยไขควงไร้สายจะใช้ดอกแบบก้านหกเหลี่ยมขนาด 6.35mm (1/4 นิ้ว) โดยมีทั้งแบบปลายด้านเดียวและปลาย 2 ด้าน

ไขควงไร้สายส่วนใหญ่รองรับดอกไขควงแบบท้ายสั้นและยาว แต่มีบางรุ่นจะใช้ได้กับดอกไขควงแบบท้ายสั้นอย่างเดียว ดังนั้นตรวจสอบก่อนซื้อดอกไขควง

สำหรับไขควงไร้สายที่มีระบบกระแทกให้ใช้ดอกไขควงที่รองรับการกระแทกด้วย ซึ่งสังเกตได้จากรุ่มที่ระบุว่า Impact ready

3.4.2.3 ฟังก์ชันการทำงานอื่น ๆ

  • ชนิดของหัวจับดอกไขควง: ไขควงไร้สายรุ่นที่มีหัวจับดอกชนิดสวมเร็วจะใส่ดอกไขควงได้โดนการดันเข้าไป ทำให้ใช้งานสะดวกกว่ารุ่นที่มีหัวจับดอกชนิดธรรมดาที่ต้องใช้มือดึงปลอกหัวไขควงออกก่อนจึงจะใส่ดอกไขควงได้
  • ไฟ Job light: ไขควงไร้สายส่วนใหญ่จะมีไฟแอลอีดีสำหรับใช้ทำงานในที่มืด แต่จะติดตั้งในตำแหน่งที่ต่างกัน และจำนวนไม่เท่ากัน
  • โหมดการทำงาน: ไขควงไร้สายบางรุ่นจะสามารถเลือกโหมดการทำงานได้ เช่น โหมดช่วยขันสกรู โหมดซอฟต์ โหมดฮาร์ด
  • ฟังก์ชันการทำงานขั้นสูง: สำหรับงาน DIY แล้วฟังก์ชันหรือลูกเล่นขั้นสูงนั้น เป็นสิ่งที่ มีไว้ก็ดี ไม่มีก็ได้ เช่น สามารถบันทึกการตั้งค่าได้ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 4: เงื่อนไขประกอบการตัดสินใจ

4.1 ซื้อเครื่องเปล่าหรือแบบชุดพร้อมใช้

โดยทั่วไปแล้วสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สายจะวางขายในสองแบบ คือ แบบเครื่องเปล่า และแบบชุดพร้อมใช้

4.1.1 แบบเครื่องเปล่า จะมีเฉพาะตัวเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมที่มาจากโรงงาน เช่น คลิปแขวนเข็มขัด ก้านจับ เหมาะสำหรับคนที่มีแบตเตอรี่และแท่นชาร์จอยู่แล้ว หรือคนที่ต้องการเลือกซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์จเอง

4.1.2 แบบชุดพร้อมใช้ ซึ่งมี 2 แบบ คือ

  • แบบชุดพร้อมใช้ที่มีสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สาย 1 เครื่อง แบตเตอรี่ 1 หรือ 2 ก้อน แท่นชาร์จ 1 เครื่อง และกล่อง ข้อดีของชุดแบบนี้คือซื้อเสร็จหรือของมาถึงใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มีแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ หรือคนที่ไม่สะดวกที่จะเลือกซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์จเอง
  • แบบชุดพร้อมใช้ที่มีมีสว่านไร้สายและไขควงไร้สายอย่างละ 1 เครื่อง แบตเตอรี่ 2 ก้อน แท่นชาร์จ 1 เครื่อง และกล่อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อครั้งเดียวแล้วได้เครื่องมือครบจบในครั้งเดียว

ทั่วไปแล้ว เครื่องมือไร้สายแบบชุดพร้อมใช้มีความคุ้มค่ากว่าการซื้อแบบตัวเปล่า โดยเฉพาะถ้าหากร้านค้ามีการลดราคาเพื่อส่งเสริมการขาย และการมาพร้อมกล่องทำให้การจัดเก็บได้ง่ายและเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่จะมีข้อจำกัดในการเลือกแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ ส่วนการซื้อแบบตัวเปล่าจะมีราคาสูงกว่าและไม่มีกล่อง แต่สามารถเลือกแบตเตอรี่และแท่นชาร์จตามความต้องการได้

4.2 การรับประกันคุณภาพและการเคลม

สว่านไร้สายและไขควงไร้สายยี่ห้อที่มีชื่อเสียงจะมีราคาค่อนข้างสูง โดยทั่วไปมีราคาหลักพันจนถึงหลายหมื่น ดังนั้นก่อนซื้อให้พิจารณาถึงการรับประกันคุณภาพด้วย ซึ่งของบอชส์ มิววอลคีย์ และมากีต้ารับประกัน 1 ปี สแตนลีย์รับประกัน 2 ปี ส่วนดีวอลท์รับประกันถึง 3 ปีทีเดียว โดยต้องลงทะเบียนตามช่องทางที่แต่ละแบรนด์กำหนด และเนื่องจากบางยี่ห้อมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นในการรับประกัน ดังนั้นศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจด้วย

นอกจากนี้ต้องดูเรื่องการเคลมด้วย หากมีศูนย์ซ่อมใกล้บ้านจะสามารถเคลมได้ง่ายหากยังอยู่ในระยะเวลาการรับประกัน หากหมดการรับประกันก็ยังส่งซ่อมได้สะดวกกว่า

การรับประกันคุณภาพเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจในการใช้เครื่องมือ ยิ่งรับประกันนานยิ่งให้ความมั่นใจ โดยทั่วไปควรเลือกยี่ห้อที่รับประกันนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ควรศึกษาเงื่อนไขและช่องทางการเคลมประกอบการตัดสินใจด้วย

ขั้นตอนที่ 5: ตัดสินใจ

5.1 วางแผนรองรับการใช้งานอนาคตก่อนซื้อ

เนื่องจากเครื่องมือไร้สายมีข้อจำกัดเรื่องแหล่งจ่ายไฟ (ซึ่งคือแบตเตอรี่) ดังนั้นควรวางแผนรองรับการใช้งานอนาคต บางคนอาจสงสัยว่าแค่ซื้อเครื่องมือไร้สายจะต้องวางแผนอนาคตไปทำไม OK ถ้าหากคุณมีงบประมาณไม่จำกัดก็ตามข้อ 0 คือ ชอบตัวไหน รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ซื้อโลด ครับ ไม่ต้องวางผงวางแผนอะไร

แต่สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดแนะนำให้วางแผนเผื่ออนาคตไว้จะดีกว่า เพราะว่าเครื่องมือไร้สายแต่ละยี่ห้อจะต้องใช้แบตเตอรี่(แท้)ของยี่ห้อเดียวกันไม่สามารถใช้งานข้ามยี่ห้อได้ (ไม่นับแบตเทียบ/หรือการใช้ตัวแปลง) และแบตเตอรี่แต่ละยี่ห้อก็ต้องใช้แท่นชาร์จยี่ห้อนั้นไม่สามารถใช้ยี่ห้ออื่นได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าเป็นยี่ห้อเดียวกันแต่ถ้าใช้ไฟคนละระบบก็ไม่สามารถใช้แบตเตอรี่และแท่นชาร์จร่วมกันได้ เช่น เครื่องมือไร้สายระบบ 12V ใช้แบตเตอรี่ 18V ไม่ได้ และแบตเตอรี่นั้นมีราคาค่อนข้างสูง ยิ่งมีค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าสูงราคายิ่งสูงตามไปด้วย

ดังนั้นต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนการซื้อเครื่องมือไร้สายเครื่องแรก โดยควรวางแผนการใช้งานแบตเตอรี่ในอนาคตด้วย เนื่องจากมันเป็นตัวกำหนดหรือจำกัดตัวเลือกการซื้อเครื่องมือไร้สายเพิ่มในอนาคต เพราะหากซื้อยี่ห้อเดียวกัน(อาจจะ)ไม่ต้องเสียเงินซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์จเพิ่ม

ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพดังนี้

ต้องการซื้อสว่านกระแทกไร้สายซึ่งเป็นเครื่องมือไร้สายตัวแรก ก็ให้นำไขควงไร้สาย/ไขควงกระแทกไร้สาย หรือเครื่องตัดหญ้าไร้สาย มาประกอบการพิจารณาด้วย ในอนาคตเมื่อจะซื้อเครื่องมือเหล่านั้นเพิ่ม ก็สามารถซื้อแบบเครื่องเปล่าโดยไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินได้หลายพันบาททีเดียว

5.2 เลือกยี่ห้อเลือกรุ่น

ขั้นตอนนี้เป็นการตัดสินใจว่าจะเลือกรุ่นไหนยี่ห้ออะไร ถ้ามียี่ห้อในใจอยู่แล้วก็เลือกเฉพาะรุ่นที่ตรงกับเงื่อนไขด้านบน แต่หากยังไม่มียี่ห้อในใจแนะนำให้เลือกมาสัก 1-2 รุ่น ของ 2-3 ยี่ห้อ แล้วศึกษาเจาะลึกรุ่นเหล่านั้นก่อนตัดสินใจ เปรียบเทียบข้อเด่นข้อด้อยของแต่ละรุ่น แล้วค่อยเลือกตัวที่ตอบโจทย์มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 6: ซื้อเครื่องมือ

ถึงจะเลือกได้แล้วว่าซื้ออะไร รุ่นไหน ยี่ห้อใด แต่ยังไม่จบยังต้องตัดสินใจอีกว่าจะซื้อออฟไลน์หรือออนไลน์

การซื้อเครื่องมือไร้สายจากร้านออฟไลน์และออนไลน์ต่างก็มีข้อดี/ข้อด้อยด้วยกันทั้งคู่

การซื้อออฟไลน์มีข้อดีคือได้เห็นตัวเครื่องมือจริง ได้ลองจับ บางร้านอาจให้มีทดลองใช้งานอีกด้วย และบางร้านอาจมีของแถมให้เพิ่มเติมด้วย ที่สำคัญมั่นใจได้ว่าได้ของแท้/ตรงปกแน่นอน แต่ราคาอาจจะสูงกว่าการซื้อออนไลน์ และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย

การซื้อออนไลน์มีข้อดีคือ ส่วนใหญ่(เน้นว่าส่วนใหญ่นะครับ)จะมีราคาถูกกว่าการซื้อในร้านค้า แต่มีข้อด้อยคือไม่ได้เห็นตัวเครื่องมือจริง ไม่ได้ลองจับ ไม่ได้ทดลองเล่น ที่สำคัญต้องลุ้นว่าจะได้ของตรงปกหรือไม่ และของจะมาถึงในสภาพไหน สภาพสมบูรณ์ หรือมีรอยขูดขีด บุบ แตกหัก หรือถ้าแย่สุดของสูญหาย

สำหรับประเด็นที่บางคนกลัวว่าจะได้ของปลอม ของก็อปปี้ หรือแย่กว่านั้นคือซื้อแล้วไม่ได้ของ ประเด็นนี้สามารถป้องกันได้โดยซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือร้านที่เชื่อถือได้

สรุป

การซื้อเครื่องมือไร้สายให้ได้ของที่ถูกงาน ถูกใจ และถูกเงิน นั้น มีแนวทางดังต่อไปนี้

1. กำหนดวัตถุประสงค์

ขั้นตอนแรกจะต้องทราบวัตถุประสงค์ว่าจะนำไปใช้ในงานอะไรเป็นหลัก ใช้งานเจาะหรืองานขั้น

2. กำหนดงบประมาณ

จากนั้นจึงดูเรื่องงบประมาณ เพื่อจำกัดกรอบการเลือกซื้อให้แคบลงและเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

3. ศึกษาข้อมูลเครื่องมือไร้สายที่จะซื้อ

เพื่อให้ได้เครื่องมือไร้สายที่เหมาะสมกับงาน ให้ศึกษาข้อมูลทางด้านเทคนิคที่สำคัญของเครื่องมือที่จะซื้อ เช่น ใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าอะไร ใช้มอเตอร์ชนิดไหน มีสมรรถนะสูงสุดในการเจาะไม้/เหล็ก/ปูน กี่มิลลิเมตร มีแรงบิดสูงสุดกี่ Nm ฟังก์ชันการทำงานและออปชัน รวมถึงระบบแบตเตอรี่และแท่นชาร์ทที่รองรับ

4. ดูเงื่อนไขประกอบการตัดสินใจ

พิจารณาปัจจัยประกอบ เช่น ซื้อเครื่องเปล่าหรือแบบชุดพร้อมใช้ การรับประกันคุณภาพและการเคลม

5. ตัดสินใจ

ควรวางแผนรองรับการซื้อเครื่องมือไร้สายเพิ่มในอนาคตด้วยเพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนในส่วนของแบตเตอรี่และแท่นชาร์จเพิ่มเติม

จากนั้นนำข้อมูลของแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สาย

6. ซื้อเครื่องมือ

มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการลงมือซื้อ ซึ่งต้องเลือกระหว่างการซื้อจากร้านออฟไลน์หรือออนไลน์ โดยเลือกตามความสะดวกและความสบายใจเป็นหลัก

งาน DIY ระหว่างสว่านไร้สายกับไขควงไร้สายควรซื้อตัวไหนก่อน

คำถามยอดฮิตสำหรับการซื้อเครื่องมือไร้สายตัวแรกสำหรับงาน DIY คือ ควรซื้อสว่านไร้สายหรือไขควงไร้สายดี

ถ้าหากไปได้แนะนำให้ซื้อสว่านกระแทกไร้สายและไขควงกระแทกไร้สายอย่างละตัวเพื่อความสะดวกในการใช้งาน แต่ถ้ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับซื้อเครื่องมือไร้สายได้เพียงชิ้นเดียวจริง ๆ แนะนำเป็นสว่านกระแทกไร้สายเนื่องจากรองรับการใช้งานได้ทั้งเจาะและขันสกรู (ส่วนงานขันกรูเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังใช้ไขควงมือทดแทนได้)

ในความเห็นส่วนตัว ถ้าจะให้ครอบคลุมงานทุกด้าน ทั้งงานเจาะไม้/เหล็ก/ปูน/ผนังพรีคาสต์ งานขั้นกรูทั่วไป/ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก/ประกอบเฟอร์นิเจอร์/ซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน งาน DIY จนถึงงานระดับรับเหมามืออาชีพ ควรมีเครื่องมือไร้สายอย่างน้อย 4 ตัว ดังนี้

  • ไขควงไร้สาย หรือไขควงครัช หรือไขควงติดตั้ง
  • ไขควงกระแทกไร้สาย
  • สว่านไร้สาย (ไม่มีโหมดเจาะปูน)
  • สว่านโรตารี่ไร้สาย

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านได้เครื่องมือไร้สายที่ถูกใจและใช้งานอย่างมีความสุข นะครับ

ประวัติการเผยแพร่บทความ:
27 พฤศจิกายน 2566 : เผยแพร่ครั้งแรก

Share This
Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmailby feather
Share.

Comments are closed.