วิธีใช้ Focus assist บน Windows 10 Version 1803

Google+ Pinterest LinkedIn Tumblr +

ในขณะที่ทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูงคงไม่มีใครอยากให้การแจ้งเตือนเหตุการณ์ของ Windows มารบกวนการทำงาน แต่การปิดการแจ้งเตือนโดยสิ้นเชิงก็อาจทำให้พลาดเรื่องสำคัญ อย่างเช่น อีเมลออเดอร์สินค้าจากลูกค้ารายใหญ่ หรือ อีเมลขอข้อมูลเจ้านาย เป็นต้น สำหรับผู้ใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 1803 สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่กล่าวมาได้โดยการใช้ Focus Assist

วิธีเปิดใช้ Focus assist บน Windows 10 เวอร์ชัน 1803

Focus assist ไม่ได้เป็นฟีเจอร์ใหม่ถอดด้ามใน Windows 10 เวอร์ชัน 1803 แต่เป็นการเปลี่ยนชื่อมาจาก Quiet hoursพร้อมทั้งเพิ่มออปชันต่าง ๆ ให้ควบคุมและปรับแต่งการทำงานได้สะดวกและง่ายดายขึ้น

Focus assist ช่วยให้เรามีสมาธิกับการทำงานโดยไม่ต้องถูกรบกวนจากการแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ ของ Windows โดยการเปิดใช้งานและการตั้งค่า Focus assist บน Windows 10 เวอร์ชัน 1803 มีขั้นตอนดังนี้

1. คลิก Start จากนั้นคลิก Settings

2. บนหน้า Settings คลิก System

3. บนหน้า System ให้คลิก Focus assist ในคอลัมน์ด้านซ้าย

4. ในคอลัมน์ด้านขวา ให้ทำการตั้งค่า Focus assist ตามความต้องการ ดังนี้

Off = ปิด Focus Assist ซึ่ง Windows 10 จะทำการแจ้งเตือนตามปกติ

Priority only = เปิดใช้ Focus Assist โดยให้ Windows 10 ทำการแจ้งเตือนตามระดับความสำคัญของเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ใน Priority list เท่านั้น

Alarm only = เปิดใช้ Focus Assist โดยให้ Windows 10 จะทำการแจ้งเตือนเฉพาะเหตุการณ์ที่เป็นภัยคุกคาม เช่น การโจมตีจากมัลแวร์ เท่านั้น

5. ปิดหน้า Settings

การตั้งค่า Automatic rules บน Windows 10 เวอร์ชัน 1803

Focus assist ยังมี Automatic rules (ดูรูปด้านบนประกอบ) ซึ่งเป็นกฏการทำงานอัตโนมัติที่ Windows 10 จะไม่ทำการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์หรืออยู่ในเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีกฏอยู่ 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้

During these time = ใช้กำหนดการแจ้งเตือนแบบ Priority only หรือ Alarm only เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด การเปิดใช้งานกฏนี้ทำได้โดยการเลื่อนการตั้งค่าเป็น On

การปรับแต่งการทำงาน ทำได้โดยการคลิก During these time บนหน้า Focus assist จากนั้นบนหน้าถัดไปให้ทำการตั้งเวลาเริ่มต้นจากหัวข้อ Start time และเวลาสิ้นสุดจากหัวข้อ End time ตั้งค่าการทำซ้ำจากหัวข้อ Repeats และเลือกระดับการทำงานระหว่าง Priority only กับ Alarm only จากหัวข้อ Focus level

When I’m duplicating my display = ใช้กำหนดการแจ้งเตือนแบบ Priority only หรือ Alarm only เมื่อทำการสำเนาหน้าจอ เช่น สำเนาหน้าจอออกโปรเจคเตอร์ การเปิดใช้งานกฏนี้ทำได้โดยการเลื่อนการตั้งค่าเป็น On

การปรับแต่งการทำงาน ทำได้โดยการคลิก When I’m duplicating my display บนหน้า Focus assist จากนั้นบนหน้าถัดไปให้ทำการเลือกระดับการทำงานระหว่าง Priority only กับ Alarm only จากหัวข้อ Focus level

When I’m playing game = ใช้กำหนดการแจ้งเตือนแบบ Priority only หรือ Alarm only ในขณะเล่นเกม การเปิดใช้งานกฏนี้ทำได้โดยการเลื่อนการตั้งค่าเป็น On

การปรับแต่งการทำงาน ทำได้โดยการคลิก When I’m playing game บนหน้า Focus assist จากนั้นบนหน้าถัดไปให้ทำการเลือกระดับการทำงานระหว่าง Priority only กับ Alarm only จากหัวข้อ Focus level

การตั้งค่า Priority list บน Windows 10 เวอร์ชัน 1803

ในกรณีที่เราทำการตั้ง Focus assist เป็น Priority only เราสามารถควบคุมการแจ้งเตือนผ่านทาง Priority list ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อคือ Calls, text, and reminders , People และ Apps

Calls, text, and reminders
ใช้สำหรับตั้งการแจ้งเตือนการโทรเข้า การรับข้อความ และการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ทำการเชื่อมผ่านทาง Cortana โดยเริ่มต้นจะอนุญาตให้แจ้งเตือนเมื่อมีการโทรเข้าแบบ VoIP และโทรเข้า ได้รับข้อความ และการแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ

ในหัวข้อนี้ให้เราทำการยกเลิกการเลือกหัวข้อที่ไม่ต้องการ เช่น ยกเลิกการเลือก Show reminders, regardless of apps used เพื่อไม่ให้แจ้งเตือนเมื่อมีการแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟนที่ทำการเชื่อมผ่านทาง Cortana

People

ใช้สำหรับเพิ่มบุคคลเข้าในรายชื่อที่อนุญาตให้ Windows 10 ทำการแจ้งเตือน ซึ่งค่าเริ่มต้นจะอนุญาตให้แจ้งเตือนเมื่อมีการติดต่อสื่อสารผ่านทางแอปที่รองรับ (เช่น Mail, Skype, Calling, Messaging) จากคนที่เราปักหมุดไว้บนแถบงาน เราสามารถเพิ่มบุคคลที่อนุญาตให้แจ้งเตือนได้โดยการคลิก Add contacts ในหัวข้อ People จากนั้นคลิกเลือกคนที่ต้องการ

Apps

ใช้สำหรับเพิ่มแอปเข้าในรายการที่อนุญาตให้แจ้งเตือน และลบแอปออกจากรายการที่อนุญาตให้แจ้งเตือน (ไม่ให้แจ้งเตือน)

การเพิ่มแอปเข้าในรายการที่อนุญาตให้แจ้งเตือน ทำได้โดยคลิก Add an app ในหัวข้อ Apps จากนั้นคลิกเลือกแอปที่ต้องการ

การลบแอปออกจากรายการที่อนุญาตให้แจ้งเตือน ทำได้โดยคลิกแอปที่ต้องการลบในหัวข้อ Apps จากนั้นเลือกคลิก Remove

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการใช้งาน Focus assist บน Windows 10 เวอร์ชัน 1803 ที่นำมาฝากในโพสต์นี้ครับ

ประวัติการปรับปรุง
30 พฤษภาคม 2561: เผยแพร่ครั้งแรก

Comments

comments

Share.

Comments are closed.